หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัติมหาวชิราวุธ


โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี (ชื่อภาษาอังกฤษ: Mahavajiravudh Songkhla School) (อักษรย่อ: ม.ว., M.V.) (สุภาษิตประจำโรงเรียน: รฺกขาม อตฺตโน สาธุ (รัก - ขา - มะ - อัด - ตะ - โน - สา - ทุง) แปลว่า " พึงรักษาความดีของตนไว้ (ประดุจเกลือรักษาความเค็ม) " )เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รหัสสถานศึกษา 03900101(เดิม) , 1003900101 (ใหม่) มีเนื้อที่ 45 ไร่ 2 งาน 99.9 ตารางวา เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษา มีประวัติความเป็นมาและชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมายาวนานกว่า 100 ปี เป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรกในภาคใต้ โดยมีกุลบุตร - กุลธิดา ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง มาศึกษาเล่าเรียนกันเป็นจำนวนมาก
ผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนคือ มหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ขณะท่านมีบรรดาศักดิ์เป็น " พระยาสุขุมนัยวินิต " ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จการมณฑลนครศรีธรรมราช และเป็นพระอาจารย์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดยในเดือนมกราคม พุทธศักราช 2439 ในวาระโอกาสวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เจ้าพระยายมราชได้ขอพระราชทานพระนามของพระองค์ในขณะนั้นมาเป็นนามของโรงเรียน ว่าโรงเรียน "มหาวชิราวุธ" ปัจจุบันเป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ และลูกมหาวชิราวุธทุกคนที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ ต่างมีความรักภาคภูมิใจในสถาบัน และภูมิใจใน ตราวชิราวุธ อันเป็นลัญจกรประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์อันเป็นมิ่งมงคลยิ่งของสถาบัน

ประวัติโรงเรียน

ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้คือ มหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล, อดีตอภิรัฐมนตรี, อดีตเสนาบดีกระทรวงนครบาล, อดีตเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ซึ่งท่านเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง การประปานครหลวง การไฟฟ้ามหานคร ถนนและสะพานในกรุงเทพมหานครเกือบทั้งหมด
ในสมัยนั้น เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ยังดำรงตำแหน่งเป็น พระยาสุขุมนัยวินิต ข้าหลวงเทศาภิบาลสำเร็จการมณฑลนครศรีธรรมราช ท่านเป็นผู้ที่รักและสนใจในเรื่องการศึกษามาก เนื่องจากเคยเป็นพระอาจารย์ถวายวิชาพระเจ้าลูกยาเธอฯ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลายพระองค์ เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม กรมหลวงปราจิณกิติบดีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดชเป็นต้น โดยท่านเริ่มจัดตั้งโรงเรียนชั่วคราวขึ้นก่อนที่ ศาลาการเปรียญวัดดอนแย้ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2439มีนักเรียนจำนวน 12 คน

ครั้นถึงวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2439 พระยาสุขุมนัยวินิต และ พระยาวิเชียรศีรี (ชม ณ สงขลา) ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา ขณะนั้น ร่วมจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามกุฎราชกุมารพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็นการพิเศษ ในโอกาสนี้พระยาสุขุมนัยวินิตได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ซึ่งได้รับพระราชทานมาแต่ประเทศอังกฤษ ประดิษฐานไว้บนแท่นบูชาเพื่อให้ข้าราชการพ่อค้าประชาชมชาวสงขลาได้เคารพสักการะและถวายพระพรชัย
อาศัยโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ พระยาสุขุมนัยวินิต ได้จัดให้มีการเรี่ยไรเงินเพื่อสร้างโรงเรียนที่เป็นหลักฐานขึ้น โดยมีโครงการจะสร้างที่บริเวณวัดนาถม (บริเวณโรงเรียนวิเชียรชมในปัจจุบัน) ซึ่งมี ชัยภูมิและมีบริเวณกว้างขวาง (19 ไร่ 45.7 ตารางวา) ได้เงินมา 3,940 บาท
เนื่องจากเจ้าพระยายมราชเล็งเห็นว่า สถานที่เรียนในวัดมัชฌิมาวาส ไม่กว้างขวางพอที่จะขยับขยายเป็นโรงเรียนหลวงขนาดใหญ่ในอนาคตได้ ควรจะมีอาคารเรียนและบริเวณที่กว้างขวางกว่า คือที่วัดนาถมตามที่วางโครงการไว้แต่เดิม ฉะนั้นในปี พ.ศ. 2447 จึงจัดการเรี่ยไรเงินสมทบทุนอีกครั้งหนึ่งสร้างอาคารที่วัดนาถม สำเร็จในปี 2448
แต่ในปลายปี 2447 สถานีตำรวจภูธรที่ริมคลองขวาง ซึ่งเรียกกันในครั้งนั้นว่า "โรงพักพลตระเวณ" เกิดว่างลง เพราะโรงพักใหม่ที่แหลมทรายสร้างเสร็จ เจ้าพระยายมราชเห็นเป็นสถานที่เหมาะกว่าที่เดิมจึงย้ายโรงเรียนจากวัดมัชฌิมาวาสมาอยู่ที่โรงพักแห่งนี้ในปี 2448 ซึ่งบริเวณนี้มีเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน
ถึงปี 2464 ปริมาณนักเรียนมากขึ้นถึงประมาณ 100 คน ต้องไปสร้างอาคารเรียนขึ้นอีกหลังหนึ่งที่ปลายถนนสะเดา (ฟากซึ่งตั้งที่ว่าการอำเภอในปัจจุบัน) ทำการย้ายนักเรียน ม.4-6 ไปเรียนที่อาคารเรียนหลังใหม่นี้ เริ่มสอนตามหลักสูตรใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการในปีนั้น
ปี 2467 ได้ทดลองเปิดสอนชั้นมัธยมปีที่ 7 และ ปี 2469 เปิดสอนชั้นมัธยมปีที่ 8 เป็นครั้งแรก
ถึงปี 2472 โอนอาคารเรียนที่วัดนาถมทั้งหมดให้โรงเรียนประชาบาล (ปัจจุบันคือ โรงเรียนวิเชียรชม) ต้องรับนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1-3 ไปอยู่ด้วย จึงต้องสร้างอาคารเรียนที่ฝั่งตรงข้ามกับอาคารเรียนที่ปลายถนนสะเดาขึ้นอีก 2 หลัง
และในที่สุด "มหาวชิราวุธ" ก็มาปักหลักมั่นคงในสถานที่ปัจจุบัน ซึ่งมีเนื้อที่ 45 ไร่ 2 งาน 99.9 ตารางวา

พระพุทธรูปประจำโรงเรียน

ทางคณะสงฆ์วัดนาคปรก ตลาดพลู เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร กับคณะกรรมการกองทุนพระสุเมธาธิบดีซึ่งมี พระครูสังฆกิจวิสุทธิ์ พระครูสมุห์เศรษฐกิจ สมาหิโต และ พระครูศรีพัฒนคุณ ได้พิจารณาใคร่ครวญเห็นว่าสมควรที่จะหล่อพระพุทธรูปไว้ ประดิษฐานประจำสถานศึกษาซึ่งมีการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาดีเด่นอย่างจริงจังและจริงใจ อันเป็นมรรควิธีหนึ่งที่จะเป็นสื่อเข้าใจถึงหลักพุทธธรรม สำหรับการพัฒนา เยาวชนผู้กำลังเจริญวัย ให้เข้าใกล้พระพุทธองค์ ตั้งแต่อายุยังน้อยตาม คตินิยมที่ว่า "สามัคคีร่วมชาติ พุทธศาสน์รวมใจ" จึงได้ประกอบพิธีหล่อพระพุทธรูปขึ้น 9 องค์ เป็นพระพุทธรูปปางลีลา 25 พุทธศตวรรษ เพื่อมอบให้แก่สถานศึกษา 9 แห่งและได้ทำพิธีเททองหล่อพระพุทธรูป เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2533 เสร็จแล้วส่งไปยังสถานศึกษาต่างๆ 9 

เกียรติประวัติของโรงเรียน

โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็นโรงเรียนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ กล่าวคือ
  • วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร "มหาวชิราวุธ" ที่วัดนาถม ขณะที่ประทับแรม ณ พระตำหนักเขาน้อย ทรงทราบจากคำกราบบังคมทูลเรื่องการใช้พระนามาภิไธย เป็นนามโรงเรียน ทรงมีพระราชหัตถ์เลขาความว่า "โรงเรียนได้ตั้งมานานปี มีผู้สำเร็จการศึกษาออกไปทำประโยชน์แก่บ้านเมืองมากแล้ว จึงอนุมัติให้คงใช้ชื่อเดิมต่อไป" นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวมหาวชิราวุธทั้งมวล
  • พ.ศ. 2459 - 2468 มีฐานะเป็น "โรงเรียนตัวอย่างมณฑลนครศรีธรรมราชมหาวชิราวุธ"
  • พ.ศ. 2469 - 2476 เป็น "โรงเรียนประจำมณฑลนครศรีธรรมราช มหาวชิราวุธ"
แห่งดังนี้
ไฟล์:2-10-2006 4-32-11 PM 0041.jpg
พระพุทธาธิบดีศรีมหาวชิราวุธ
    • โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา
    • โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทักษิณ สงขลา
    • สำนักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา 3 จังหวัดสงขลา
    • โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
    • โรงเรียนปาดังศึกษา อ.สะเดา จังหวัดสงขลา
    • โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร จังหวัดระนอง
    • วิทยาลัยเทคนิคระนอง จังหวัดระนอง
    • โรงเรียนป่าบอนพิทยาคม กิ่งอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
    • โรงเรียนบ้านควนโพธิ์ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
พระพุทธรูปเดินทางมาถึงโรงเรียนมหาวชิราวุธจังหวัดสงขลา ในเดือนตุลาคม 2533 โรงเรียนจึงได้จัดเตรียมการหาฤกษ์ยามสำหรับทำพิธีเบิกเนตรและรับมอบอย่างใจจดใจจ่อ จนในที่สุดมหาฤกษ์ แห่งการทำพิธีกรรมก็มาถึงคือในวันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2533 โรงเรียนจึงได้จัดงานพิธีการพิธีสงฆ์ มีการแสดงมหรสพอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ เป็นความภาคภูมิใจแห่งการฉลองสมโภชพระพุทธรูปประจำโรงเรียน คณะกรรมการบริหารโรงเรียน ได้ร่วมกันคิดพิจารณาในที่สุดจึงลงมติพร้อมใจกันถวายนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "พระพุทธาธิบดีศรีมหาวชิราวุธ" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา ปัจจุบันโรงเรียนได้ประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ที่บริเวณสนามหน้าอาคารโสตทัศนศึกษา เพื่อให้เป็นศิริมงคล และ เป็นที่เคารพสักการะแห่งชาวมหาวชิราวุธและทุก ๆ คนตลอดไป